
ถ้าใครเคยไปเที่ยวประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียน อย่างน้อยต้องเคยได้ลองลิ้มรสอาหารเมดิเตอร์เรเนียน อย่างเช่นอาหารยอดฮิต Greek Salad (กรีกสลัด) ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น
- แตงกวาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
- มะเขือเทศลูกเล็กๆ
- หอมแดง
- Olive (มะกอก)
- พริกหยวก
และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยคือ Feta Cheese (เฟต้าชีส)

เมดิเตอร์เรเนียนไดเอท (Mediterranean Diet) คือรูปแบบการรับประทาน
อาหารแบบหนึ่งที่นิยมกินกันในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน เช่น กรีซ, อิตาลี, ฝรั่งเศส และสเปน
เมดิเตอร์เรเนียนไดเอท ยังถูกจัดให้เป็นการรับประทานที่ดีต่อสุขภาพ
(Healthy Diet) โดยสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (AHA), NHS
(National Health Service) ของสหราชอาณาจักร, EUFIC รวมถึง WHO ยังให้
คำแนะนำว่าการรับประทานอาหารแบบ เมดิเตอร์เรเนียนไดเอท เป็นส่วน
สำคัญในการป้องกันโรคกลุ่ม NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ( เช่นโรคเบา
หวาน, โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ, โรคอ้วนลงพุง, โรคมะเร็ง ฯลฯ )
นอกจากนี้เมดิเตอร์เรเนียนไดเอทยังเป็นหนึ่งในการรับประทานอาหารยอดนิยมของชาวบลูโซน (Blue zone)
*Blue one เป็น non-scientific term ที่คิดค้นขึ้นมาโดยแดน บิวท์เนอร์ (Dan Buettner) นักเขียนชาวสหรัฐฯจากเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกที่ให้คำจำกัดความหมายถึงกลุ่มคนที่อายุยืนมากกว่าค่าเฉลี่ยในแถบอื่นเป็นพิเศษ (เกิน 100 ปีหรือมากกว่านั้น) และยังมีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งชาวบลูโซนในปัจจุบันในโลกมีอยู่ 5 แห่งด้วยกันได้แก่
1. โอกินาว่า(ญี่ปุ่น)
2. ซาร์ดิเนีย (อิตาลี)
3. นิโคย่า (คอสตาริกา)
4. อิคาเรีย (กรีซ)
5. โลมาลินดา ( รัฐแคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา)
ปกติแล้วเมดิเตอร์เรเนียนไดเอท จะประกอบไปด้วย
1. ผักและผลไม้นานาชนิด, ขนมปัง, ธัญพืช, มันฝรั่ง, ถั่ว ( beans, nuts and seeds)
2. น้ำมันมะกอก (Olive Oil) สำหรับแหล่งสารอาหารประเภทไขมัน
3. ผลิตภัณฑ์นม (เช่นโยเกิร์ตและชีส) , ปลา, เนื้อสัตว์ปีก ในปริมาณต่ำถึงปานกลาง (low to moderate amount)
เมดิเตอร์เรเนียนไดเอทจะบริโภคอาหารที่ทำจากปลาและสัตว์ปีกมากกว่าอาหารที่ทำจากเนื้อแดง และบริโภคอาหารจำพวก processed / plant-based food ให้น้อยที่สุด ในขณะที่ไวน์จะบริโภคในปริมาณต่ำ - ปานกลาง และเลือกทานผลไม้แทนของหวาน
( เราควรดื่มแอลกอฮอร์ในปริมาณเท่าไรต่อวัน อ่านได้ที่บทความนี้)
เมดิเตอร์เรเนียนไดเอทดีอย่างไรต่อสุขภาพ ?
เมดิเตอร์เรเนียนไดเอท เป็นการกินอาหารที่สอดคล้องกับคำแนะนำการเลือกรับประทานอาหารจากสมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา
การรับประทานอาหารที่แนะนำโดยสมาคมโรคหัวใจ (AHA)
ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพดังนี้ ;
- ป้องกันโรคหัวใจและสโตรค
- ลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆเช่น โรคอ้วน (Obesity), เบาหวาน, โรคมะเร็ง,
- ควบคุมระดับคอเลสเตอรอลและความดันไม่ให้สูง
มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดได้ค้นพบว่าเมดิเตอร์เรเนียนไดเอทช่วยให้คนลดน้ำหนักได้ !! รู้อย่างนี้แล้ว หนุ่มๆสาวๆที่อยากลดน้ำหนักไม่สนใจไม่ได้แล้ว หรือผู้สูงวัยท่านใดที่อยากหุ่นดี หุ่นเพรียวให้ลูกๆหลานๆได้อิจฉาตาร้อนก็นำปรับไปใช้ได้
ในงานวิจัยได้ทำการทดลองในอาสาสมัครจำนวน 998 คนที่เป็นคนน้ำหนักเกิน (Overweight) หรือเป็นโรคอ้วน (Obesity) ซึ่งเป็นการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างเมดิเตอร์เรเนียนไดเอทกับการรับประทานอาหารเพื่อลดน้ำหนักแบบอื่น เช่น low-fat diet, low-carb diet และ American Diabetes Association (ADA) diet
ผลปรากฎว่า ในผู้ทดลองที่รับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนไดเอทในระยะเวลาประมาณ 1 ปี สามารถทำให้น้ำหนักลดไปในช่วง 9-22 ปอนด์ หรือประมาณ 4 - 10 กิโลกรัม ซึ่งให้ผลเหมือนกับผู้ทดลองที่รับประทานอาหารแบบ low-carb diet และ ADA
ข้อดีอีกประการหนึ่งของเมดิเตอร์เรเนียนไดเอทคือช่วยลดความเสี่ยงจากสโตรค และ โรคหัวใจ ได้ถึง 30%
สำหรับใครที่อยากอ่านงานวิจัยเพิ่ม สามารถเข้าไปดูได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
Systematic Review of the Mediterranean Diet for Long-Term Weight Loss
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เมดิเตอร์เรเนียนไดเอท ไม่ใช่แค่ช่วยให้เราสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเราในการลดน้ำหนัก
ผู้สูงวัยท่านใด ที่อยากอายุยืน สุขภาพแข็งแรงและหุ่นดี ลองนำการทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนไดเอทไปปรับใช้ได้นะคะ
ทีมงานไคโกะให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับความถูกต้องและน่าเชื่อถือของข้อมูล จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพของแหล่งข้อมูลอ้างอิงเป็นอันดับแรก ผู้สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
1. Greek Salad
2. What is a Mediterranean diet?
3. What is the Mediterranean Diet?
4. NCDs (Non-Communicable diseases)
7. Mediterranean diet beats low-fat diet for long-term weight loss (Harvard)
WRITTEN BY
Pichayut Ekprachayakoon
Content Marketing Specialist