0

แนวทางในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง


2022-08-15 19:47:18
#ผู้สูงวัย #การดูแลผู้สูงวัย #โรคในผู้สูงวัย #ผู้ป่วยติดเตียง

ผู้ป่วยติดเตียงคืออะไร อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัยกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ถ้าคนในบ้านเป็นผู้ป่วยติดเตียงเราในฐานะผู้ดูแล ควรเริ่มต้นอย่างไรดี เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามมากมาย ในเวลาที่ตัวเองต้องรับบทบาทเป็นผู้ดูแล พ่อแม่หรือคนในบ้านที่ป่วยติดเตียง  


บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับผู้ป่วยติดเตียง รวมทั้งนำเสนอแนวทางในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง 

รับรองว่าใครที่เพิ่งรับบทบาทเป็นผู้ดูแลมือใหม่ ก็สามารถนำแนวทางไปปรับใช้ได้แน่นอนครับ 


ผู้ป่วยติดเตียงคืออะไร 

ผู้ป่วยติดเตียง คือผู้ป่วยที่ต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลาไม่ว่าจะนอนติดเตียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือนหรือตลอดชีวิตซึ่งการนอนติดเตียงเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นโรคเรื้อรัง, ชราหรือทุพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียงอาจจะเป็นผู้ป่วยที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง หรือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย และจำเป็นต้องมี

ผู้ดูแล (Caregiver) ช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน


แนวทางต่อไปนี้คือเรื่องสำคัญที่ผู้ดูแลควรให้ความใส่ใจ

แผลกดทับ

แผลกดทับ เกิดจากการที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของผิวหนังถูกกดทับเป็นระยะเวลานาน เช่นการนั่งหรือนอนในตำแหน่งเดิมเป็นระยะเวลานาน ทำให้เลือดไม่ไหลเวียนไปตำแหน่งนั้นซึ่งการขาดเลือดไหลเวียนทำให้เกิดแผลที่ผิว และหากปล่อยไว้นานๆแผลจะลงลึกไปถึงชั้นผิวหนังด้านในหรือกล้ามเนื้อได้ 


แผลกดทับจะมีอยู่ 4 ระยะด้วยกัน 

1. ระยะแรก - เมื่อเราเอานิ้วมือกดลงไปตรงตำแหน่ง แผลกดทับ(Red Sore)  จะยังไม่หายไป

2. ระยะสอง - ผิวหนังเริ่มลอก ในขณะที่แผลกดทับเริ่มจะเป็นแผลพุพองหรือเป็นแผลที่ลึกมากขึ้น

3. ระยะสาม -  แผลเปิดไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่จะยังไม่เห็นกล้ามเนื้อหรือกระดูก

4. ระยะสี่ - แผลเปิดไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและกระดูก 


แผลกดทับที่ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง จะนำไปสู่การติดเชื้อที่มีความซับซ้อนและรักษายากมากขึ้น วิธีป้องกันแผลกดทับ คือการพลิกตัวผู้ป่วยอย่างน้อยทุกๆ สองชั่วโมง การเปลี่ยนตำแหน่งผู้ป่วยไม่ให้อยู่ในตำแหน่งเดิมนานๆ เช่น พลิกตัวผู้ป่วยจากตำแหน่งนอนตะแคงซ้ายไปตำแหน่งนอนตะแคงขวา จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดแผลกดทับได้ 


ผู้ดูแลอาจจะใช้หมอนหรือผ้าห่มหนุนตัวผู้ป่วยเพื่อช่วยลดแรงกดทับที่ผิวหนังได้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถป้องกันแผลกดทับ

สุขอนามัย

การดูแลความสะอาดของผู้ป่วยติดเตียง จำเป็นต้องดูแลทั้งการชำระร่างกาย การขับถ่าย,การดูแลสุขภาพในช่องปากรวมถึงสภาพแวดล้อมในห้องนอน 


การชำระล่างร่างกายให้ผู้ป่วยและการขับถ่ายเป็นประจำ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ดูแลควรให้ความใส่ใจ สำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ผู้ดูแลอาจจะพาผู้ป่วยไปขับถ่ายหรืออาบน้ำในห้องน้ำ ผู้ดูแลสามารถใช้รถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ช่วยในการพาผู้ป่วยไปขับถ่ายหรืออาบน้ำ ข้อดีอย่างหนึ่งของอุปกรณ์นี้คือ ช่วยลดภาระในการดูแล เพราะสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้โดยผู้ดูแลไม่จำเป็นต้องอุ้ม


ในกรณีที่ผู้ป่วยใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผู้ดูแลควรหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อมเป็นประจำ การเปลี่ยนผ้าอ้อมเป็นประจำเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะช่วยให้ผิวหนังของผู้ป่วยสะอาดและปราศจากเชื้อโรค การปล่อยให้ผิวหนังของผู้ป่วยสัมผัสกับปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดแผลกดทับ


การดูแลสุขภาพช่องปาก เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลยเพราะการดูแลความสะอาดในช่องปากมีส่วนช่วยลดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถทำความสะอาดช่องปากได้ด้วยตัวเอง ผู้ดูแลสามารถใช้ผ้าก๊อซพันไปบริเวณนิ้ว และทำความสะอาดช่องปากและลิ้นให้คนไข้ 


เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นประจำ อย่าลืมว่าผู้ป่วยติดเตียงจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนเตียงมากกว่าคนปกติ ดังนั้นการดูแลให้ผ้าปูเตียงสะอาดอยู่เสมอจะเป็นผลดีต่อสุขภาพกายและจิตใจของผู้ป่วย ผู้ดูแลควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มอย่างน้อยๆ ทุกๆ 2-3 วัน 


อุปกรณ์จำเป็นในการเปลี่ยนผ้าอ้อมผู้ป่วยติดเตียง

  • ถุงมือแพทย์แบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable medical gloves)
  • ผ้าอ้อมผู้ใหญ่
  • ถุงพลาสติก (ใช้ถุงพลาสติกที่แจกตามร้านสะดวกซื้อก็ได้)
  • ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวของผู้ใหญ่ หรือจะใช้ทิชชู่เปียกหรือผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวเด็กก็ได้
  • ครีมปกป้องผิวหนัง


การรับประทานอาหาร

ภาวะการกลืนลำบาก (Dysphagia) อาจพบได้ในผู้ป่วยติดเตียง เช่นผู้ป่วยที่มีความบกพร่องของระบบประสาทหรือผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุของเส้นเลือดในสมอง ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะความผิดปกติในการกลืน ไม่สามารถกลืนอาหารได้เหมือนคนทั่วไปและผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นๆร่วมด่วยเช่นไอหรือสำลักขณะรับประทานอาหาร ซึ่งอาจทำให้อาหารลงไปในหลอดลม มีโอกาสทำให้ปอดติดเชื้อหรือปอดบวมได้


 ในผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจจะเตรียมอาหารเป็นอาหารปั่น (Pureed Dietซึ่งจะเป็นอาหารที่เคี้ยวง่าย กลืนง่ายเหมาะกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ หรือในผู้ป่วยบางกลุ่มที่ไม่สามารดื่มเครื่องดื่มเหลวได้ เช่นน้ำ ชา หรือนม  อาจจะต้องใช้สารเพิ่มความหนืด (Thickening Agent) เพิ่มความหนืดเพื่อให้ง่ายต่อการกลืน 


ผู้ดูแลควรศึกษาและทำความเข้าใจว่าอาหารและเครื่องดื่มแบบไหน เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วย 

ผู้ป่วยควรได้รับสารอาหารให้ครบถ้วน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร ซึ่งนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ


เวลาผู้ป่วยรับประทานอาหาร ผู้ดูแลควรจัดท่านั่งให้ผู้ป่วยนั่งหลงตรงทำมุมประมาณ 90องศา อาจจะเริ่มปรับอาหารโดยเริ่มจากอาหารข้น เช่นโจ๊กปั่น ซึ่งเป็นอาหารที่เคี้ยวง่ายสำหรับผู้ป่วยติดเตียง แต่สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถกลืนอาหารได้ ผู้ดูแลอาจจะต้องให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding) ทั้งนี้ประเภทอาหารที่ให้ผู้ป่วยควรเป็นไปตามคำแนะนำของหมอและนักโภชนาการ 

การขับถ่าย

สำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่พอจะช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ผู้ดูแลสามารถใช้ เก้าอี้นั่งถ่าย เป็นอุปกรณ์ช่วยในการดูแลผู้ป่วยในกลุ่มนี้ แต่สำหรับผู้ป่วยติดเตียงบางกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย  ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะ (Urinary Catheters) เพื่อช่วยในการถ่ายเบา 


 ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ผู้ดูแลควรระวังการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้งานสายสวนปัสสาวะที่ต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไป วิธีง่ายๆในการป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะคือ ทำความสะอาดอวัยวะเพศ, บริเวณขาหนีบและผิวหนังรอบๆที่ใส่สายสวนปัสสาวะอย่างน้อยวันละ2ครั้ง รวมไปถึงเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะทุกๆสองอาทิตย์ 


สภาพจิตใจผู้ป่วยและผู้ดูแล

สภาพจิตใจของผู้ป่วย มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพกาย ผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถทำกิจกรรมที่ตัวเองเคยทำได้เป็นปกติ ทำให้เกิด "ความเบื่อหน่ายและความทุกข์ใจ"  ครอบครัวหรือผู้ดูแลควรหากิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่เบิกบานมากขึ้น 

  • เชิญชวนเพื่อนสนิทของผู้ป่วยแวะมาเยี่ยมผู้ป่วย การได้พูดคุยกับคนอื่นบ้างนอกจากจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในบ้าน ยังช่วยทำให้จิตใจผู้ป่วยแจ่มใส
  • พยายามให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ตัวเองชอบ เช่นถ้าผู้ป่วยชอบวาดรูป ผู้ดูแลอาจจะเตรียมอุปกรณ์ศิลปะเล็กๆให้ผู้ป่วยได้ทำบนเตียง
  • พาผู้ป่วยออกไปเที่ยวบ้าง การที่ผู้ป่วยต้องใช้ชีวิตอยู่แต่บนเตียงไม่ได้ออกไปไหน ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ผู้ดูแลควรหาเวลาว่างพาผู้ป่วยออกไปเที่ยวนอกบ้าน ได้เจอสิ่งใหม่ๆ ได้เจอผู้คน จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศที่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านได้ ทั้งนี้ผู้ดูแลควรวางแผนการเดินทางให้ดี รวมทั้งเตรียมอุปกรณ์จำเป็นต่างๆที่ควรพกติดตัว และต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมของสถานที่จะไปให้เหมาะสมกับผู้ป่วย เช่นโรงแรมควรจะมีทางลาดสำหรับเข็นรถเข็น ทั้งนี้ผู้ดูแลควรปรึกษาคุณหมอและนักกายภาพเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสม

สภาพจิตใจของผู้ดูแลโดยเฉพาะครอบครัวที่ผู้ดูและเป็นสมาชิกในครอบครัวก็เป็นเรื่องที่ควรให้ความใส่ใจ การดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นงานเหน็ดเหนื่อย ,ใช้ความอดทนและมีความกดดันสูงมาก หากครอบครัวใดที่มีผู้ดูแลเป็นสมาชิกครอบครัวเพียงคนเดียว ผู้ดูแลมีความเสี่ยงที่ตกอยู่ในภาวะหมดไฟในการดูแล (Caregiver Burnout)  ผู้ดูแลที่อยู่ในภาวะหมดไปอาจจจะมีอาการเหนื่อยล้า,เครียด,วิตกกังวลหรือซึมเศร้า  ซึ่งถ้าปล่อยให้ผู้ดูแลตกอยู่ในภาวะนี้ ผู้ป่วยอาจเสี่ยงต่อการโดนทำร้ายหรือถูกทอดทิ้ง การป้องกันไม่ให้ผู้ดูแลตกอยู่ในภาวะหมดไฟจึงเป็นเรื่องสำคัญ 


แนวทางในการป้องกันภาวะหมดไฟมีดังนี้

  • Know Your Limit -  ผู้ดูแลควรประเมินตัวเองให้ดีและรตระหนักว่าความสามารถในการดูแลผู้ป่วยเราอยู่ในระดับไหน ไม่ควรฝืนทำกิจกรรมที่ตัวเองไม่ไหว ซึ่งรวมไปถึงชีวิตส่วนตัวด้วย การดูแลผู้ป่วยเป็นงานที่ต้องใช้เวลามาก แต่ไม่ได้หมายความว่า ผู้ดูแลไม่ควรมีเวลาส่วนตัวให้กับตัวเอง การออกไปเจอเพื่อนฝูง เข้าสังคมบ้าง จะช่วยลดภาระความกดกันได้ลง
  • Find Someone You Trust - พยายามหาคนที่ไว้ใจได้ และพร้อมเป็นผู้รับฟังที่ดี พูดคุยระบายความอึดอัด ความไม่สบายใจ ปรับทุกข์
  • Set Realistic Goals - พยายามยอมรับความจริง และถ้าภาระที่เราดูแลอยู่ไม่ไหว ลองพูดคุยและหาคนอื่นมาเพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระ 
  • Be Realistic - พยายามยอมรับความจริงถึงสภาพร่างกายของผู้ป่วย ผู้ป่วยบางคนเราไม่สามารถดูแลให้เขาสภาพร่างกายดีกว่านี่ได้แล้ว และอาจจะมีแต่อาการแย่ลงเท่านั้น (Progressive Disease) เช่นผู้ป่วยอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสัน
  •  Set Aside Time For Yourself - การให้เวลาส่วนตัวให้กับตัวเองคือสิ่งจำเป็น ให้ตัวเองได้พักผ่อน ได้ฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าบ้าง จะทำให้เราสามารถมีแรงกลับมาทำหน้าที่ในฐานะผู้ดูแลได้มีประสิทธิภาพ
  • Stay Healthy - ออกกำลังกาย รับประทานอาหารและนอนหลับให้เพียงพอ


สภาพแวดล้อม

การปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนที่ผู้ป่วยอาศัยให้น่าอยู่และเหมาะสมต่อการใช้งานเพราะสภาพแวดล้อมที่ดีมีส่วนสำคัญต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย 

  • ห้องนอนควรมีแสงสว่างเพียงพอและจะยิ่งดีถ้าเป็นแสงธรรมชาติ 
  • ทางเดินไปห้องน้ำควรโล่งและไม่มีของวางระเกะระกะ สำหรับผู้ดูแลที่ใช้รถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือวีลแชร์ในบ้านควรปรับระดับให้พื้นเรียบอยู่ในระดับเดียวกัน ทางเดินระหว่างห้องนอนและห้องน้ำไม่ควรมีธรณีประตูกั้นเพราะจะทำให้รถเข็นไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ ในกรณีที่ไม่อยากนำธรณีประตูออก สามารถซื้อทางลาดรถเข็นมาใช้ได้
  • ประตูกั้นระหว่างห้องควรเปลี่ยนเป็นแบบเลื่อน เพื่อความสะดวกในการใช้งานรถเข็น 
  • ห้องนอนควรมีหน้าต่าง และช่องลมให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก 

สาระสำคัญ

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่ใช่เรื่องง่าย การศึกษา หาความรู้ และเตรียมตัวให้พร้อมกับการดูแลจึงเป็นเรื่องสำคัญ หน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยไม่ควรตกเป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว ทุกคนในบ้านควรจะต้องพูดคุยหารือกัน และแบ่งหน้าที่ในการดูแล


การเข้าใจสภาพร่างกายผู้ป่วยและหาการดูแลที่เหมาะสมก็มีอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ ผู้ป่วยติดเตียงบางกลุ่มอาจจะเหมาะกับการดูแลเองที่บ้าน ในขณะที่ผู้ป่วยติดเตียงบางกลุ่มที่สภาพร่างกายไม่เหมาะสมกับการดูแลในบ้าน อาจจะต้องให้สถาณพยาบาลที่มีอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์และบุคลากรที่พร้อมและความเชี่ยวชาญมากกว่าเป็นผู้ดูแล


ทีมงานไคโกะให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับความถูกต้องและน่าเชื่อถือของข้อมูล จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพของแหล่งข้อมูลอ้างอิงเป็นอันดับแรก ผู้สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่


WRITTEN BY

 

Pichayut Ekprachayakoon  

Content Marketing Specialist


ยินดีรับบัตรเครดิต:



มาตรฐานความปลอดภัยในการชำระเงิน


Copyright ® 2019 kaigosensei.com