
[TADA พาเที่ยว] วันนี้มาต่อที่ EP2 ของ "ชิงจิ้ง-ฟาร์มแกะสวิตเซอร์แลนด์แดนไต้หวัน"
แพลนวันนี้คือเราจะไปชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าที่เขาเหอหวนซานและตอนบ่ายเราจะไปชมแกะที่ฟาร์มแกะ Qingjing Green Green Grasslands และวันนี้จะเป็นวันที่เราย้ายไปพักโรงแรมใหม่ ใครคิดว่าโรงแรมเดิม วิวสวยแล้ว บอกเลยว่าโรงแรมที่เราไปพักวันที่สองวิวก็สวยๆ ไม่แพ้กันเลย
โปรแกรมวันนี้ต้องตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตี 3 เพื่อนั่งรถขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาเหอหวนซาน เราได้จองทริปรถ minivan โดยจะเป็น Car pool นั่งร่วมกับคนอื่น ซึ่งคนขับจะขับมารับเราถึงโรงแรม และขับแวะรับลูกทัวร์คนอื่นจนครบ แล้วจะขับขึ้นไปบนเขาต่อ
ทัวร์นี้เราจองผ่าน Klook ค่าเสียหายอยู่ที่ประมาณ 600 บาท เราจองล่วงหน้าไปก่อน 2-3 วัน ซึ่งหลังจากที่ทางทัวร์ Confirm เขาจะติดต่อเรามาทางไลน์เพื่อยืนยัน
ทางไปจอง
เวลาตี 3 เป๊ะรถก็มารับถึงหน้าโรงแรม
รถมินิแวนพาไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาเหอหวนซาน
ระหว่างทางขึ้นเขาคนขับรถผู้รับหน้าที่เป็นผู้บรรยาย ก็จะเล่าอธิบายประวัติคร่าวๆของเขาเหอหวนซาน ซึ่งแน่นอนว่าเราฟังไม่ออกเพราะเขาพูดเป็นภาษาจีนฮ่าๆๆ
ยอดเขาเหอหวนซาน [合歡山] เป็นภูเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,422 เมตร ทำให้อากาศด้านบนหนาวมาก วันที่เรามาเป็นช่วงฤดูร้อนของไต้หวัน ตอนขึ้นไปถึงยอดเขา อากาศอยู่ที่ประมาณ 7-9 °C แนะนำว่าควรนำเสื้อหนาวใส่ขึ้นมาด้วย
ในช่วงแรกของทริปเขาจะพาเราแวะไปดูดาวก่อน 
ระหว่างทางขึ้นไปบนยอดเขาเหอหวนซาน
ในที่สุดก็มาถึงยอดเขาเหอหวนซาน เขาจะจอดให้เราชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่นี่ เป็นเวลา 30 นาที 

กางไม้เท้าTa-Da® เป็นเก้าอี้นั่งเพื่อดูวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาเหอหวนซาน


.jpg)
เราเอาบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาเหอหวนซานมาให้ชมกัน
ประทับใจมากๆ เป็นหนึ่งในวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่เราชอบที่สุดในโลก อากาศหนาว กำลังดี มองไปสุดขอบฟ้า เห็นพระอาทิตย์กำลังขึ้นโดยมีภูเขาเป็นฉากหลัง ได้เห็นแสงแรกของวัน รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาถึงแล้ว
หลังจากดูพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จเขาก็จะแวะพาเราไปดูอีกประมาณ 2-3 ที่ก่อนที่จะส่งเราไปที่โรงแรมในชิงจิ้ง


เวลาประมาณ 8 นาฬิกาเราก็กลับมาถึงโรงแรม ด้วยความง่วงจึงขอนอนต่อสักงีบก่อนจะไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมจัดไว้ให้
โรงแรมนี้เจ้าของเป็นคนท้องถิ่นที่ใจดีมาก ด้วยความที่เราพอจะพูดภาษาจีนได้บ้างเลยพูดกันถูกคอ เจ้าของเป็นผู้หญิงเขาอาศัยอยู่ที่ชิงจิ้งหลายปีแล้ว และเขามีลูกสาวน่ารักอายุประมาณ 7-8 ขวบ อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก เข้าเรียนที่โรงเรียนประถมในชิงจิ้ง เราเช็คเอ้าท์ประมาณ 11 โมง เขาก็ช่วยขับรถพาเราไปส่งที่โรงแรมที่พักใหม่
ข้อดีของโรงแรมนี้คือมันอยู่ใกล้ที่ Qingjing Guest House อยู่ใกล้ๆกับแห่งของกิน 7-11 รวมทั้ง Qingjing skywalk และ Qingjing Swiss Garden

เราเลือกพักห้องพักที่ติดระเบียงเพราะตั้งใจว่าจะได้เห็นวิวภูเขาชัดๆ จากห้องนอน
ห้องพักจะมีอยู่ 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นห้องนั่งเล่น,ห้องน้ำ และมีระเบียงอยู่ชั้นนอก
ระเบียงชั้นหนึ่งในห้องพัก

ภาพถ่ายจากระเบียงในโรงแรม
ไม่เห็นวิวเลยจ้า มองไปทางไหนมีแต่หมอก
หมอกลงฝนตกเที่ยวไหนไม่ได้แล้ว ก็กินหมาล่าคนเดียวแล้วกัน

เป็นหมาล่าสำเร็จรูปจากไฮดีเหลา ได้ฟิลเหงาๆดี กินหมาล่าคนเดียวในบรรยากาศฝนตกและหมอกลง รสชาติดีมาก เผ็ดหมาล่าไม่ต่างกับที่กินในร้านหมาล่าเลย เวลาทำก็ง่ายมากๆ แค่ฉีกซอง ใส่เครื่องลงถ้วย และเติมน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง รอประมาณ 20-30 นาที ก็จะได้หมาล่าพร้อมรับประทาน แล้วตัวผลิตภัณฑ์เข้าออกแบบให้มันยังสามารถให้มันยังต้มต่อไปได้อีกพักใหญ่ๆ ไม่ต้องกลัวว่าหมาล่าจะเย็นเลย เรานั่งกินไปชั่วโมงกว่า ก็ยังร้อนปกติ
ห้องนอนชั้น 2


ภาพตอนฟ้าเปิดก็จะได้อารมณ์ประมาณนี้ เห็นฟ้าสีครามชัดๆ และภูเขา ถ้าเรื่องวิวเราว่าที่พักที่ YOSEMITE สวยกว่า เพราะได้เห็นทะเลเมฆด้วย แต่ข้อดีของที่นี้คือเดินทางสะดวกกว่า อาหารโรงแรมอร่อยกว่าและมีตัวเลือกที่หลากหลายกว่า


อาหารเช้าแบบฝรั่ง
อันนี้เราชอบมากมันคือหมูสับต้มซีอิ้ว อร่อย กินง่าย


สำหรับการเดินเที่ยวในชิงจิ้ง จุดเริ่มต้นจาก Qingjing Guess House เราเลือกเดินไปเที่ยว Qingjing skywalk [หมายเลข 1 ในแผนที่] ที่จุดแรกก่อนแล้วพอเดินไปจนสุดทางของ skywalk ก็จะถึงทางเข้า Qingjing Green Green Grasslands [หมายเลข 3 ในแผนที่] หรือใครจะเลือกนั่งรถบัสไปเริ่มที่ Qingjing Green Green Grasslands เที่ยวฟาร์มแกะก่อนแล้วค่อยเที่ยว Skywalk ต่อก็ได้เหมือนกัน แต่เราขี้เกียจรอรถบัส ก็เลยเลือกที่จะเดินไปเที่ยวที่ skywalk ก่อนเลย
[มาเที่ยวชิงจิ้งต้องเผื่อเรื่องดินฟ้าอากาศนิดนึง โดยเฉพาะมาเที่ยวหน้าฝน ฝนจะตกบ่อยและ cloudy เราเลยต้องมาเที่ยว qingjing skywalk ซ้ำสองรอบ คือรอบแรกที่มา ฝนตก ท้องฟ้าครึ้ม ไม่เห็นวิวอะไรเลย วันต่อมาเราเลยมาเก็บ skywalk ซ้ำช่วงเช้า ก่อนที่จะไป Qingjing Green Green Grasslands ต่อ]
หลังจากผ่านประตูทางเข้าไปเราก็เริ่มจะเห็นน้องแกะเดินมาทักทายนักท่องเที่ยวอยู่ด้านในเลย ในนี้จะมีตู้ขายอาหารแกะอัตโนมัติซึ่งเราสามารถซื้ออาหารน้องแกะที่ตู้ได้


พอเดินเข้าไปข้างในก็จะเห็นน้องแกะมาเดินเข้ามาหานักท่องเที่ยวแบบประชิดเลย รู้สึกเหมือนเราได้ไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ





วันนี้เป็นอีกวันที่ใช้ร่างกายเยอะมากๆ เราเดินเยอะมาตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย ร่างกายเลยอ่อนล้า ดีที่พกไม้เท้าเก้าอี้Ta-Da®มาด้วย เลยใช้เป็นเก้าอี้นั่งพักให้หายเมื่อย พร้อมกับซึมซับบรรยากาศ นั่งดูน้องแกะเพลินๆ

ใครที่เป็นสายชอบเดิน Trail ชิงจิ้งก็เหมาะมากๆ เพราะว่ามีทางเดิน Trail เยอะมาก ทางเดินหลักๆ ที่ไม่ควรพลากคือ 1. Sunset Trail 2. Great Wall Trail 3. Sakura Trail 
ตอนหมอกลงก้ได้ฟิลไปอีกแบบ


ตรงกลางจะเป็นลานเวทีให้น้องแกะขึ้นมาแสดงโชว์พิเศษด้วย



ตรงเพลินเพลินไปกับน้องแกะจนสมใจอยากแล้ว เราก็เดินกลับโรงแรม โดยตอนเดินกลับเราเลือกที่จะเดินทาง Guanshan Trail เป็นทางเดินที่จะพาเรากลับไปยัง Qingjing Guest House โดยตรง โดยไม่ผ่าน Skywalk
ระหว่างทางเดินกลับก็ยังสามารถเจอน้องแกะได้ประปราย

พอถึงที่พักเราก็นอนพักผ่อนเอาแรง เตรียมตัวเดินทางกลับไปไทเปวันรุ่งขึ้น
ตอนขากลับจากชิงจิ้งไปไทเปเราก็ใช้บริการรถเจ้าเดิมที่จองใน kkday นั่งไปลงที่สถานีรถไฟความเร็วสูงที่ไถจง สะดวกมากๆ ก็ขอ Ta-Da® EP แรกไว้ที่ตรงนี้นะครับ