0

มาทำความรู้จักผู้สูงวัยแต่ละประเภทกัน


2021-07-28 22:16:52

มาทำความรู้จักผู้สูงวัยแต่ละประเภทกัน


ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “สังคมผู้สูงวัย” คือหนึ่งใน Talk of the Town ที่ไม่ใช่แค่กระแสในต่างประเทศ แต่เป็นอีกหนึ่ง Topic ที่คนไทยให้ความสนใจจำนวนมาก


 ในปี 2564 หรือปีนี้ ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) หรือสังคมที่มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ 


และในอีก10 ปีข้างหน้ามีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) หรือสังคมที่มีผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ 


ในขณะที่อัตราการเกิดของมีแนวโน้มต่ำ โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 10 ของประชากร 1,000 คน หรือมีคนเกิดใหม่เพียง 6 แสนคนต่อปี 


จำนวนผู้สูงวัยที่เพิ่มในอัตราที่มากขึ้น ในขณะที่อัตราเกิดต่ำลง นั่นทำให้ภาระในการดูแลผู้สูงวัยย่อมตกมาอยู่คนหนุ่มสาวในวัยทำงานมากขึ้น หรือพูดง่ายๆว่า ลูกหลานจำเป็นต้องดูแลผู้สูงวัยในบ้านมากขึ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 


ผู้สูงวัยในแต่ละวัย มีสภาพร่างกายและความต้องการในการดูแลที่แตกต่างกัน เช่นผู้สูงวัยบางรายแม้อายุจะมาก แต่ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ อาจจะไม่จำเป็นต้องการผู้ดูแลตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ในขณะที่ผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือในบางรายที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ย่อมจะต้องการการดูแลที่ตลอด 24 ชั่วโมง 


การเข้าใจความแตกต่างของผู้สูงวัยแต่ละประเภท เป็นเรื่องสำคัญมาก การเตรียมตัวให้พร้อมจะช่วยให้เราเข้าใจและสามารถดูแลพวกท่านได้อย่างดีที่สุด


1. ผู้สูงวัยที่ดูแลตัวเองได้ ร่างกายแข็งแรง

ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่พึ่งเข้าสู่ช่วงอายุสูงวัย หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นผู้สูงอายุตอนต้น ที่มีอายุอยู่ในช่วง 60-69 ปี  ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ร่างกายยังคงแข็งแรง สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่ เดินทางไปไหนมาไหน ไม่ต้องมีคนช่วย อาจจะมีบ้างที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันสูง แต่ถึงจะมีโรคประจำตัว ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ ไม่ใช่ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ต้องมีคนคอยดูแลตลอด 24 ชม. 


ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ ไม่ได้แบ่งเกณฑ์จากอายุ แต่แบ่งจากความสามารถของร่างกาย ผู้สูงวัยบางรายที่แม้อายุจะ 70-80 ปี แต่ร่างกายยังคงแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ในทางกลับกันผู้สูงวัยที่แม้อายุเพียง 65 ปีแต่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก็จะไม่ใช่ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้

ผู้สูงวันในกลุ่มนี้ ไม่ได้จำเป็นต้องจ้างผู้ดูแลให้มาช่วยในการเคลื่อนที่ แต่อาจจะมีผู้ดูแลมาช่วยดูแลงานบ้านทั่วไป ตั้งแต่ ทำกับข้าว ล้างจาน ซักผ้า รีดผ้า  การจ้างคนดูแลมาช่วยดูแลในงานบ้าน นอกจากจะช่วยแบ่งเบาะภาระให้พวกท่านแล้ว ยังเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เวลาผู้สูงวัย ทำงานบ้านด้วยตนเอง สิ่งที่ควรระวังมากและให้ความสำคัญมากที่สุด คือ “การล้ม” 


การล้มในผู้สูงวัยแตกต่างจากการล้มในวัยรุ่นมาก การล้มจะนำพามาซึ่งปัญหาร่างกายตามมาในอนาคต และอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงวัยกลายเป็นผู้ป่วยอัมพาตหรือผู้ป่วยติดเตียงได้เลย 


แล้วเราควรทำอย่างไรในการป้องกันไม่ให้ผู้สูงวัยหกล้ม


9 เคล็ดลับดีดีที่จะช่วยป้องกันผู้สูงวัยจากการล้ม 

 

2. ผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง

 ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ควรจะมีผู้ดูแล ไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียว ด้วยสภาพร่างกายที่เสื่อมถอย ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง เดินเหินไม่สะดวกเหมือนแต่ก่อน อย่างไรก็ตามผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ยังพอจะช่วยเหลือตัวเองได้ค่อนข้างมาก สามารถไปอาบน้ำ เข้าห้องน้ำ กินข้าว หรือเดินเล่นในบ้าน หรือออกไปข้างนอกได้ด้วยตนเอง


อย่างไรก็ตามผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ ไม่ได้อยู่ในภาวะพึ่งพิง ที่ต้องมีผู้ดูแลคอยให้ความช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวัน แต่เนื่องจากร่างกายที่เริ่มเสื่อมโทรม การมีลูกหลานคอยดูแลที่บ้าน ทำธุระให้ ย่อมดีกว่าการอยู่คนเดียว 


ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ อาจจะเริ่มมีปัญหาเข่าเสื่อม ทำให้เดินทางในระยะทางไกลไม่ค่อยได้ และมักจะปวดเข่าหรือเมื่อยล้าง่ายตามมา

การดูแลผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ เวลาพาพวกท่านเดินทางไปไหน เช่นท่องเที่ยว ควรจะต้องจัดเตรียมอุปกณ์ดูแลพวกท่านให้พร้อม เช่นวีลแชร์หรือไม้เท้า

การเลือกไม้เท้าในผู้สูงวัยกลุ่มนี้ อาจจะลองพิจาณาถึงฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะสม เช่นหากผู้สูงวัยสมดุลในการทรงตัวไม่ค่อยดี หรือผู้ที่มีน้ำหนักมาก ไม้เท้าสามขาอาจจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากฐานที่มั่นคง แต่หากผู้สูงวัยที่ยังทรงตัวได้ค่อนข้างดีๆ แต่มีปัญหาเข่าเสื่อม ไม้เท้าเก้าอี้ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะนอกจากสามารถใข้เป็นไม้เท้าค้ำยันช่วยในการเดิน ยังสามารถใช้เป็นเก้าอี้พกพาให้นั่งพักในเวลาปวดเข่าหรือเหนื่อยล้าได้ 


ไม้เท้าเก้าอี้ Tada-Chair เปลี่ยนไม้เท้าเป็นเก้าอี้ในพริบตาเพียงคลิกเดียว


3. ผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้


ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด และผู้ดูแลต้องสามารถให้ความช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันได้ ตั้งแต่อาบน้ำ พาเข้าห้องน้ำ กินข้าว แต่งตัว และช่วยเหลือในการเคลื่อนไหว เช่นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากเตียงไปรถเข็น เคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นรถ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากรถเข็นไปนั่งบนโซฟา 


ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้ ในบางรายอาจจะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือบางรายอาจจะเป็นผู้ป่วยในระยะพักฟื้นหลังจากผ่าตัด ทำให้ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยจะได้ แต่อาจจะยังพอทรงตังลุกขั้นนั่งบนเตียงหรือนั่งบนรถเข็น หรือทำกิจกรรมเล็กๆน้อย ได้ 


อย่างไรก็ตามผู้ป่วยในระยะนี้ เช่นผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำกายภาพบำบัด ระยะเวลาหรือ Golden Period ในการทำกายภาพคือ 3-6 เดือน โดยเฉพาะ 3 เดือนแรกคือช่วงระยะเวลาที่สำคัญที่สุด เพราะการฟื้นฟูเซลล์ประสาทในการเรียนรู้ความสามารถของร่างกายที่เสียไป ดังนั้นครอบครัวของผู้ป่วย ควรทุ่มเททรัพยากรลงไป ในการดูฟื้นฟูผู้ป่วยในระยะนี้ให้ได้มากที่สุด เพราะหลังจาก ผ่านช่ง Golden period ไปแล้ว จะเป็นช่วงที่ร่างกายฟื้นฟูในอัตราที่น้อยลง เมื่อเทียบกับช่อง 3 เดือนแรกที่ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้ดีที่สุด การทำการภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกายของผู้สูงวัยกลุ่มนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยกลับมาอยู่ในกลุ่มผู้สูงวัยที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือกลายเป็นกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง


การดูแลผู้ป่วยในกลุ่มนี้ อาจจะเริ่มพิจารณาจ้างผู้ดูแลมืออาชีพที่มีสกิลในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นพิเศษมาช่วยดูแล

ผู้ดูแลควรมีความรู้ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างถูกวิธี เช่นการอุ้มผู้ป่วยจากเตียงไปรถเข็น 


อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้สูงวัยกลุ่มนี้


ผ้ายกตัว ,  รถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วย 


4. ผู้ป่วยติดเตียง

 ผู้สูงวัยกลุ่มสุดท้ายคือผู้สูงวัยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลยหรือผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงวัยในกลุ่มนี้แทบจะต้องใช้ชีวิตอยู่บนเตียงตลอดเวลา การขับถ่าย, กินข้าว กิจวัตรประจำวันต่างๆ จะเกิดขึ้นอยู่บนเตียง 

ผู้ป่วยในกลุ่มนี้ จะไม่สามารถทรงตัวนั่งบนเตียง หรือนั่งบนรถเข็นได้ เวลานั่ง ร่างกายมักจะไหลลงตลอดเวลา เนื่องจากกล้ามเนื้อหลังที่ไม่แข็งแรง ทำให้ร่างกายทรงตัวไม่ได้เลย

ผู้ป่วยกลุ่มนี้คือผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะพึ่งพา ญาติผู้ป่วยอาจจะลองพิจารณาให้ผู้ป่วยในกลุ่มนี้ไปพักฟื้น อยู่ในความดูแลของศูนย์ดูแลผู้ป่วยหรือ Nurisng Home เนื่องจากว่าการดูแลผู้ป่วยในกลุ่มนี้จำเป็นจะต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสกิลของผู้ดูแลที่เฉพาะทางมากขึ้น 


การดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้เองที่บ้าน จำเป็นจะต้องเตรียมเครื่องมือที่เฉพาะทางและเหมาะสมกับผู้ป่วย รวมทั้งความสามารถในการดูแลของผู้ดูแลที่คุ้ยเคยกับการดูแลผู้ป่วยติดเตียง 

ยินดีรับบัตรเครดิต:



มาตรฐานความปลอดภัยในการชำระเงิน


Copyright ® 2019 kaigosensei.com