
วันนี้คุณนอนหลับเต็มอิ่มแล้วหรือยัง ?
ในทุกวันที่ตื่นเข้าขึ้นมา คุณรู้สึกสดชื่นไหม ?
ครั้งสุดท้ายที่คุณรู้สึกนอนหลับเต็มอิ่ม คือเมื่อไร?
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นอนหลับไม่เต็มอิ่ม ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาจะรู้สึกงัวเงีย ไม่สดชื่น
วันนี้ไคโกะขออาสาพาคุณไปทำความเข้าใจเรื่องราวของการนอนหลับพร้อมทั้งเคล็ดลับในการนอนหลับยังให้มีคุณภาพ
เมื่อคุณเข้าใจว่าการนอนหลับสำคัญกับตัวเรามากแค่ไหน และสามารถนำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนของตัวเองได้ เมื่อนั้น "สุขภาพที่ดี" และ
"อายุยืน" ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

เวลาที่เรานอนจะเป็นเวลาที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ซึ่งช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูระบบต่างๆในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิคุ้มกัน, ระบบประสาท กระดูกและกล้ามเนื้อ
การนอนหลับที่ดีส่งผลดีต่อร่างกาย หัวใจและสมอง หรือพูดได้เลยว่า
"การนอนหลับส่งผลในทุกมิติของชีวิตและร่างกาย"
อะไรคือการนอนหลับที่ดี ?
การนอนหลับที่ดี นอกจากจำนวนชั่วโมงที่เราหลับแล้ว "คุณภาพของการนอน" ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน การนอนหลับไม่สนิท หลับๆตื่นๆต่อเนื่องกันถึง 12 ชั่วโมง ย่อมไม่เกิดประโยชน์เท่ากับการนอนหลับสนิทต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง
การนอนหลับโดยไม่มีสิ่งใดมารบกวนให้ผลดีต่อร่างกายมากกว่าการนอนหลับยาวแต่มีสิ่งมารบกวน
ปกติแล้วคนเราจะมีวงจรการหลับ (Sleep Cycle) 4-6 รอบในหนึ่งคืน ซึ่งคนเราจะผ่านช่วงวงจรการหลับหลายครั้งก่อนที่จะตื่นขึ้นมา ซึ่งโดยเฉลี่ยรอบในการหลับจะอยู่ที่ประมาณ 90 นาที
และใน Sleep cycle หนึ่ง 4 ช่วง (stages) ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ Non-REM Sleep หรือ REM sleep ซึ่งในช่วงแรกของการหลับร่างกายเราจะเข้าสู่ Non-REM Sleep 3 ช่วง ได้แก้ N1,N2 หรือที่เรียกกันว่าช่วงหลับตื้น (light sleep) และ N3 ( การหลับลึกหรือ Deep Sleep / Delta Sleep)
และพอผ่าน 3 stages ของ Non-REM เราก็จะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของวงจรที่เราเรียกว่า REM sleep ซึ่งในช่วงที่เราหลับลึก ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและเติบโต ทั้งยังมีส่งเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายรวมถึง ความจำ (Memory), ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
ส่วน REM Sleep เป็นช่วงที่สำคัญสำหรับ Cognitive function (ความสามารถในการเรียนรู้, ความจำ,การให้เหตุผล, การคิดวิเคราะห์, การแก้ไขปัญหา, การตัดสินใจ ฯลฯ) ซึ่งเวลาที่เราหลับและฝัน ส่วนใหญ่ความฝันก็จะเกิดในช่วง REM Sleep
ในหนึ่งวันควรนอนเท่าไรถึงจะดี ?
ในผู้ใหญ่จนควรนอนอย่างน้อยวันละ 7-9 ชั่วโมงและ 7-8 ชั่วโมงสำหรับผู้สูงวัย ซึ่งชั่วโมงการนอนหลับในแต่ละวัยจะแตกต่างกัน National Sleep Foundation ของอเมริกาได้ให้คำแนะนำเวลาในการนอนหลับของแต่ละวัย ดังนี้

ทำยังไงถึงจะนอนหลับสนิท (Healthy Sleep) ? 
1. Set your Sleep Schedule
เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำ ไม่ว่าจำเป็นวันธรรมดาหรือวันหยุด พยายามเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดิม
ถึงแม้ว่าในแต่ละวัน เรามีกิจกรรมที่ต้องทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทำงาน , เข้าสังคม แต่อย่าลืมจัดลำดับตารางชีวตให้ดี เผื่อช่วงเวลาในการนอนของเราด้วย อย่าลืมว่าการนอนที่ดีคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืน
2. Follow a Nightly Routine
กิจวัตรที่ทำเป็นประจำก่อนเข้านอน เช่นก่อนนะต้องแปรงฟัน พยายามทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพราะจะช่วยให้ร่างกายรับรู้ว่า จะถึงเวลาเข้านอนแล้ว
ก่อนนอนอย่าลืมหรี่แสงไฟ / ปิดให้ให้มืด การที่ห้องนอนมีแสงสว่างจะไปขัดขวางการหลั่งสารเมลาโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นให้นอนหลับง่ายขึ้น
ลองนั่งสมาธิหรือทำกิจกรรมสบายๆ ที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลายก่อนนอนดูสิ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ร่างกายนอนหลับได้ง่ายขึ้น
3. Cultivate Healthy Daily Habits
กิจกรรมในระหว่างวันก็มีส่วนสำคัญช่วยให้เรานอนหลับสนิท
- รู้หรือไม่ว่าการได้รับแสงแดดที่เพียงพอมีส่วนสำคัญต่อ นาฬิกาชีวภาพ (circadian rhythm) ซึ่งช่วยทำให้เรานอนหลับได้ดีขึ้น
- การออกกำลังกายเป็นประจำก็ส่งผลให้เรานอนหลับง่ายขึ้นและยังดีต่อสุขภาพ
- อย่าสูบบุหรี่ สารนิโคตินส่งผลกระทบต่อร่างกายและรบกวนการหลับ มีงานวิจัยช่วยยืนยันว่าการสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อการนอนหลับ
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ให้น้อยลง ถึงแม้ว่าแอลกอฮอร์จะช่วยให้เราหลับง่ายขึ้น แต่ส่งผลเสียแต่การนอนหลับในตอนกลางคืน ถ้าจำเป็นต้องดื่มแอลกอฮร์ให้ดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ หรือ Moderate Alcohol Consumtion ( ปริมาณแอลกอฮอร์ที่เหมาะสมต่อวัน )
- งดคาเฟอีนในช่วงกลางวันและช่วงเย็น เพราะคาเฟอีนทำให้ร่างกายเราตื่นตัวแม้ในขณะที่ร่างกายเราต้องการพักผ่อน
- อย่ารับประทานอาหารเย็นตอนดึก โดยเฉพาะมื้อจัดหนัก จัดเต็ม เพราะร่างกายจะย่อยอาหารในช่วงที่เราต้องเข้านอน
4. Optimize your bedroom
การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการนอนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยให้เรานอนหลับอย่างมีคุณภาพ
- เลือกหมอนและที่นอนที่เหมาะสมและสบายกับตัวเรา
- ปรับอุณหภูมิในห้องนอนให้เย็นสบาย และเหมาะสม อุณหภูมิที่แนะนำคือ 65°F ( ประมาณ 18.3 °C) ซึ่งอาจจะต่างไปบ้างในแต่ละคน
- เลือกผ้าม่านทึบหรืออาจจะมีผ้าปิดตาเวลานอนเพื่อป้องกันแสงจากภายนอกมารบกวนการนอน
- พยายามขจัดเสียงรบกวน (Noise) ออกไป เช่นอาจจะลองหาที่อุดหูมาลองใส่ตอนนอนเพื่อป้องกันเสียงรบกวน แต่ถ้าใส่แล้วรู้สึกไม่สบาย อาจจะลองซือเครื่องสร้างเสียง white noise หรือเปิดจาก app ในมือถือก็ได้เพื่อไปกลบเสียงรบกวน ตัวอย่างของเสียง White noise เช่นเสียงพัดลม
- ลองเพิ่มกลิ่นอ่อนๆ เช่นกลิ่นจากลาเวนเดอร์ เข้าไปในห้องนอนจะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สงบนิ่ง
มีเคล็ดลับอะไรช่วยให้เรานอนหลับเพียงพอ?
สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาได้แนะนำเคล็ดลับเล็กน้อยๆ ที่ช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสามารถนอนหลับได้อย่างเพียงพอ 
ปกติเราเล่นมือถือก่อนนอนหรือไม่ ? ถ้าใช่ลองหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามที่แนะนำข้างล่างกันเถอะ !
1. Move it
ชาร์จโทรศัพท์มือถือให้ใกลจากเตียงให้มากที่สุด
2. Dim it
ปรับความสว่างหน้าจอโทรศัพท์ให้มืดลง เพราะแสงไฟจากหน้าจอ โดยเฉพาะแสงสีฟ้า ส่งผลกระทบต่อนาฬิกาชีวภาพ และชะลอการหลั่งสารเมลาโมนินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญกับช่วยควบคุมการนอนหลับรวมทั้งวงจนในการนอน
3. Set it
ไม่ใช่แค่ตั้งนาฬิกาปลุกสำหรับตื่นนอน แต่ควรตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อเตือนตัวเองว่าถึงเวลาเข้านอนแล้วนะ พยายามเข้านอน-ตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นกิจวัตร เช่นถ้าปกติเข้านอน 4 ทุ่ม และตื่น 6 โมงเช้า ก็ควรจะพยายามตื่นนอนให้ตรงกับเวลานี้ให้เป็นกิจวัตร
4. Lock it
ถ้าเราเป็นคนเสพติดกับการไถหน้าจอ (Scrolling habits) ลองพยายามหา app-blocking app ที่ช่วยป้องกันไม่ให้เราใช้เวลาจมไปอยู่กับการเล่นโซเชียล, เล่นเกม เช็คอีเมลล์
5. Block it
ปิดการแจ้งเตือน (notifications) ต่างๆของมือถือ ในเวลาที่เราจะนอน หรือเลือกให้มือถือเข้าสู่โหมด "Do not disturb" เพราะเสียงการแจ้งเตือนเหล่านี้จะไปรบกวนการนอนของเรา
Reference
1. What is good sleep and how much do I need
4.Brain Basics: Understanding Sleep
6. Theories of Cognitive Aging and Work
7. What Are REM and Non-REM Sleep?
8. Brain Basics: Understanding Sleep
9. เมลาโทนิน (melatonin) ตัวช่วยนอนหลับยอดฮิต
10. Sleep Hygiene
11. Tobacco smoke exposure and sleep: estimating the association of urinary cotinine with sleep quality
12. The Best Temperature For Sleep