
อายุขัยของประชากรโลกโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 72.6 ปี และอายุขัยของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 76.93 ปี ในขณะที่ชาว Bluezone ส่วนใหญ่มีอายุ 90 ปีหรือมากกว่า 100 ปีขึ้นไป สงสัยกันล่ะสิว่าชาวบลูโซนเขาใช้ชีวิตกันอย่างไรทำไมถึงอายุยืนถึง 100 ปี ว่าแล้วเราก็ไปทำความรู้จักชาวบลูโซนกันดีกว่า....
ชาวบลูโซนคือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่มีสัดส่วนคนอายุ 90 ปี, 100 ปี มากที่สุดในโลกหรือเรียกได้ว่าเป็นบริเวณที่ผู้สูงอายุที่อายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง อาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดในโลก เคล็ดลับที่เป็นกุญแจสำคัญของอายุยืนยาวคือ
Blue zone เป็นคำจัดกัดความ ( non-scientific term) ที่ไว้กล่าวถึงคนที่อาศัยอยู่ในเขตที่มีผู้สูงอายุ อายุยืนที่สุดในโลก ซึ่งถูกตั้งขึ้นโดยคุณ Dan Buettner ที่กำลังศึกษาว่า พื้นที่ไหนในโลกที่มีคนอายุยืนมากเป็นพิเศษ จนสุดท้ายเขาและเพื่อนร่วมงานก็ได้เจอพื้นที่เหล่านั้นและได้ตั้งคำจัดความใหม่เรียกพื้นที่นั้น ว่า “Blue Zone” 
ในหนังสือเรื่อง The Blue Zones คุณแดน บิวเนอร์ได้แบ่ง Blue Zone ไว้ 5 แห่งทั่วโลก
หลายคนคิดว่า ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คนมีอายุยืนยาวมาจากพันธุกรรม แต่ในงานวิจัยกลับพบว่า พันธุกรรมมีบทบาทเพียง 20-30% เท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว อาหารที่เรากิน, ไลฟ์สไตล์ และสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอายุขัยของมนุษย์
อยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่า คนบลูโซนเขามีไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตอย่างไร, รับประทานอาหารแบบไหน ถึงได้อายุยืน
และนี่คือบทสรุปของชาวบลูโซนที่จะมาช่วยเป็นแนวทางให้ใครหลายๆคน ที่อยากมีอายุยืนยาว
กว่า 95% ของชาวบลูโซนนิยมรับประทานอาหารที่เป็น Plant-based diet หรืออาหารที่มีส่วนประกอบจากพืชเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ชาวบลูโซนไม่ได้เข้มงวดกับการเป็นมังสวิรัติถึงขนาดไม่รับประทานเนื้อเลย โดยส่วนมากจะบริโภคเนื้อประมาณ 5 ครั้งต่อเดือน
ซึ่งไปตรงกับงานวิจัยหลายชิ้น ที่แนะนำว่าการหลีกเลี่ยงทานเนื้อสามารถลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ, มะเร็ง
อาหารส่วนใหญ่ที่รับประทานของชาวบลูโซน
สำหรับการรับประทานเนื้อสัตว์ชาวบลูโซนจะนิยมบริโภคเนื้อปลาเป็นหลัก เช่น อิคาเรียและซาร์ดิเนีย ประโยชน์ของปลาคือมีกรดไขมันโอเมก้า -3 ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อหัวใจและสมอง มีงานวิจัยชี้ว่าการรับประทานปลามีส่วนช่วยลดการเสื่อมสภาพของสมองในผู้สูงวัยรวมทั้งโรคหัวใจ

ในโอกินาว่าจะมีกฎอย่างหนึ่งที่ชื่อว่า “腹八分” (hara hachi bu) ซึ่งหมายถึงกินให้อิ่มเพียง 80% เท่านั้น ซึ่งข้อดีคือทำให้ร่างกายเราบริโภคอาหารน้อยลง, ปริมาณแคลอรี่ที่รับในแต่ละวันจึงน้อยลง มีงานวิจัยสนับสนุนว่าการการลดปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายรับในแต่ละวันมีผลสำคัญกับอายุยืนยาว (Longetivity)
มีงานวิจัยชี้ว่า การรับประทานอาหารให้ช้าลงก็มีส่วนช่วยลดความอยากอาหารและทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น
สรุปคือ การรับประทานอาหารให้ช้าลงและกิ่นอิ่มเพียง 80% เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดูแลสุขภาพ
นอกจากการเลือกลดปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายรับในแต่ละวัน (Calorie Intake) การอดอาหาร เช่น Periodic Fasting (การอดอาหารในช่วงเวลาจำกัด) ก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่น ในอิคาเรีย ประเทศกรีซจะเป็นชาวคริสเตียนนิกายออร์ทอดอกซ์มักจะนิยมอดอาหารในช่วงวันสำคัญทางศาสนา และมีงานวิจัยหนึ่งชี้ว่า การอดอาหารในช่วงนี้มีส่วนช่วยลดความดันในเลือดรวมทั้ง BMI
และยังมีอีกหลายงานวิจัยชี้ว่าการอดอาหารมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก, ลดความดัน, ลดคอเลสเตอรอลรวมถึงโรคเรื้อรัง

เราพบว่าชาวบลูโซนมีการบริโภคแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะ ( Moderate Alcohol Consumtion)
มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการดื่มแอลกออล์เพียง 1-2 แก้วต่อวันสามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ
อย่างไรก็ตามประโยชน์จาก Moderate alcohol consumption จะแปรผันไปตามประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เราดื่ม และไวน์แดงอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant) จากองุ่น ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอการแก่ชราของเซลล์ในร่างกาย
นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่อาศัยอยู่ในแถบอาคิเรียและซาร์ดิเนีย มักจะการดื่มไวน์แดงเป็นประจำวันวันละ 1-2 แก้ว
ถึงแม้ว่าการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เฉพาะการบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น (1-2 แก้วต่อวัน) มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มากไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
ออกกำลังกายเป็นประจำ
นอกจากการรับประทานอาหารแล้ว การออกกำลังกายเป็นอีกกุญแจสำคัญในอายุยืน การออกกำลังกายของชาวบลูโซนมักจะไม่ใช่การไปออกกำลังกายที่ยิม แต่เป็นการออกกำลังกายเป็นประจำที่สร้างขึ้นจากกิจวัตรที่ทำในแต่ละวัน เช่นการเดิน, การทำสวน การทำอาหารหรืองานบ้าน
มีงานวิจัยศึกษาผู้ชายที่อาศัยในแถบซาร์ดิเนียพบว่าปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการอายุยืนของผู้คนในแถบนี้คือการทำฟาร์มสัตว์, อาศัยอยู่ในภูเขาสูงชันและการเดินในระยะทางไกลเพื่อไปทำงาน
มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าประโยชน์จากการออกกำลังกายคือช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง, โรคหัวใจ
Physical Activity Guidelines for Americans แนะนำปริมาณขั้นต่ำที่ควรออกกำลังกายต่อสัปดาห์ คือ การออกกำลังกายหนักมาก(Vigorous-intensity) 75นาที หรือออกกำลังกายหนักปานกลาง (moderate-intensity) 150 นาที ของการออกกำลังกายแบบแอโรบิค
การนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวันก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับสุขภาพดีและชีวิตยืนยาว
ชาวบลูโซนจะนอนหลับให้เพียงพอ รวมถึงการนอนกลางวันด้วย
มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการนอนหลับไม่เพียงพอเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตอย่างมีนัยสำคัญซึ่งรวมไปถึงการเสียชีวิตจากสโตรคและโรคหัวใจ
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าระยะเวลาในการนอนหลับที่ดีที่สุดคือ 7 ชั่วโมงการนอนมากกว่านั้นหรือน้อยกว่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิต
ชาวเมืองอิคาเรียและซาร์ดิเนียมักจะนอนกลางวันเป็นประจำ และช่วงเวลาการนอนกลางวันที่เหมาะสมคือ ประมาณ 30 นาทีหรือน้อยกว่านั้น แต่การนอนกลางวันที่นานกว่าครึ่งชั่วโมงพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและการเสียชีวิต
ปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่ออายุยืนยาว
นอกจากการพักพ่อนให้เพียงพอ, การรับประทานอาหารและการออกกำลังกายแล้ว ยังพบว่าการมีส่วนร่วมกับสังคมก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของอายุที่ยืนยาวของชาวบลูโซน
Reference.
https://www.healthline.com/nutrition/blue-zones#TOC_TITLE_HDR_5